วันเสาร์ที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2556

ในเมื่อเรามีเว็บไซต์เป็นของตัวเองแล้ว  การติดป้าย หรือติดโฆษณา เพื่อหารายได้จากเว็บไซต์ ก็เป็นเรื่องที่จะมองข้ามไม่ได้  ยิ่งถ้าคุณตั้งใจทำเว็บมาเพื่อหารายได้เป็นหลักแล้ว  แล้วการติดโฆษณาหากเว็บเราเป็นเว็บใหม่ ยังไม่เป็นที่รู้จัก คงไม่มีใครมาซื้อพื้นที่โฆษณาเป็นแน่แท้  จึงขอแนะนำ Google Adsense ที่จะมาเติมเต็มให้กับคุณ ^^
     Google Adsense คืออะไร ? คือผลิตภัณฑ์หนึ่งของกูเกิ้ล ที่เป็นที่นิยมแพร่หลายในหมู่เว็บมาสเตอร์  เพราะเป็นแหล่งรายได้ในการทำโฆษณา  กล่าวคือถ้าเรามีเว็บไซต์ แล้วอยากขายพื้นที่โฆษณา แต่หาคนมาซื้อโฆษณาไม่ได้  Google Adsense จะเป็นสื่อกลางให้ เราแค่สมัครใช้บริการ นำโค้ดโฆษณา มาติดในตำแหน่งที่ และขนาดที่พอดีกับเว็บไซต์เรา  เมื่อมีคนคลิ๊กโฆษณา เราจะได้ "ค่าคลิ๊ก" เมื่อครบ 100 US Dollars กูเกิ้ลก็จะจ่ายเงินให้เราครับ
     ระบบการแสดงโฆษณาของ Google Adsense นั้น เป็นระบบที่ชาญฉลาดมั่ก ๆ เพราะจะแสดงผลโฆษณาในแบบต่าง ๆ ดังนี้

  • แสดงผลโฆษณาให้สอดคล้องกับเนื้อหาในเว็บไซต์  เช่นถ้าในเว็บเราพูดเรื่องท่องเที่ยว ก็จะมีโฆษณาประเภท ทัวร์ท่องเที่ยว , จองโรงแรม เป็นต้น
  • แสดงผลโฆษณาแบบสอดคล้องกับวิถีชีวิตผู้ชม เช่น ผมเพิ่งใช้กูเกิ้ลค้นหาเรื่องจองโรงแรมหาดใหญ่ พอท่องเว็บที่มี Google Adsense ก็จะแสดงโฆษณาที่เกี่ยวข้องกับการจองโรงแรมหาดใหญ่ ขึ้นมา
  • แสดงผลโฆษณาที่น่าสนใจอื่น ๆ ที่ไม่จำเป็นต้องสอดคล้องกับเนื้อหาเว็บไซต์ เช่น โฆษณารถยนต์ , กล้องวงจรปิด , เครื่องสำอาง ฯลฯ
     ส่วนรูปแบบโฆษณานั้น สามารถเลือกได้ทั้งแบบเป็น ข้อความ , ดิสเพลย์ หรือทั้งสองแบบผสมกันก็ได้


     การสมัคร Google Adsense คุณต้องมีบัญชี gmail ก่อน แล้วไปที่ กูเกิ้ล พิมพ์ Google Adsense แล้วไปตามลิงค์แรก  ทางกูเกิ้ล จะให้เราใส่ url เว็บไซต์ ของเรา  เพื่อตรวจสอบว่าเว็บนั้นเหมาะสมหรือไม่ และจะแจ้งผลกลับมาภายใน 7 วัน  ถ้าผ่าน เราก็เข้าบัญชี Google Adsense แล้วนำโค้ดโฆษณามาติดได้เลยครับ
     คุณลักษณะเว็บไซต์ที่ดีสำหรับการสมัคร Google Adsense
  • เป็นเว็บที่มีเนื้อหาที่ดี  ไม่ซ้ำใคร  มีบทความที่มีคุณภาพอย่างน้อยน่าจะสัก 10 บทความขึ้นไป
  • เนื้อหาในเว็บต้องไม่ลามก อนาจาร หรือมีเรื่องผิดกฎหมายอื่น ๆ เช่น การพนัน , ยาเสพติด เป็นต้น
  • เว็บฟรีอย่าง blogger ก็สมัครได้
     ลองสมัครกันดูครับ ก่อนสมัคร ก็ทำเว็บเราให้เข้าคุณลักษณะข้างต้นเสียก่อน  กูเกิ้ล ชอบบทความที่มีคุณภาพ เนื้อหาสดใหม่ ครับ  ตอนหน้าค่อยมาดูว่าจะติดโฆษณา Adsense แบบไหนดี แล้วพบกันครับ

วันศุกร์ที่ 9 สิงหาคม พ.ศ. 2556

เมื่อเราทำเว็บไซต์ขึ้นมาแล้ว  มีเนื้อหาสาระ หรือบทความพอสมควรแล้ว  จัดหน้าตาองค์ประกอบต่าง ๆ ที่ดูว่าลงตัว และดูดีแล้ว  เราก็อยากให้มีคนเข้ามาอ่าน หรือเข้ามาเยี่ยมชมกันมาก ๆ ใช่มั๊ยครับ(มีใครทำเว็บไซต์ไว้ดูคนเดียวมั่ง)  บทความนี้จะเสนอแนวทาง วิธีการที่จะทำให้เว็บไซต์ของท่าน เป็นที่รู้จักในโลกอินเตอร์เน็ตอันกว้างใหญ่
     สมมุติว่าโลกอินเตอร์เน็ต เหมือนกับอวกาศ แล้วเว็บไซต์คุณเป็นเพียงดาวเคราะห์เล็ก ๆ(ไม่มีแสงในตัวเองด้วย) จะทำยังไงให้คนรู้ว่าเว็บไซต์ของคุณมีตัวตน จะรอให้นักดาราศาสตร์ค้นพบคงอีกนาน  มาดูทางลัดที่จะทำให้เว็บไซต์คุณโดดเด้งขึ้นมาในจักรวาลอินเตอร์เน็ตอันกว้างใหญ่
     SEO หรือ Search Engine Optimization คือการเพิ่มประสิทธิภาพในการค้นหาเว็บไซต์ของเรา บนเครื่องมือค้นหา อันดับ 1 ของโลก อย่าง Google (ที่เหลือก็เช่น Bing.com , Yahoo , MSN )  กล่าวคือ เมื่อผู้คนพิมพ์คำค้นบางคำที่ตรงกับ tag หรือ keyword ที่มีในเว็บไซต์เรา แล้ว  Google จะแสดงผลการค้นหาที่มีเว็บไซต์เราอยู่ในนั้นด้วย ยิ่งได้อันดับต้น ๆ หรือ ติดหน้าแรก Google ถือว่าเป็นสุดยอดปรารถนาของเว็บมาสเตอร์ทั้งหลาย
     การทำ SEO นั้นประกอบด้วย ปัจจัยภายใน และปัจจัยภายนอก ดังนี้
     ปัจจัยภายใน คือการปรับแต่งเว็บไซต์ของเราในจุดต่าง ๆ ดังนี้
  1. โครงสร้างเว็บไซต์ที่เป็นมิตรกับ SEO อาทิ  ใส่เทมเพลตที่ปรับ SEO มาแล้ว หรือ ตั้งค่า meta tag และ description ที่ตรงกับเนื้อหาในเว็บเราที่สุด , มีเมนูที่เข้าถึงได้ทุกส่วนของเว็บ หรือบทความ
  2. KeyWord  เช่น เราทำเว็บให้ความรู้เรื่องปลากัดไทย ดังนั้น KeyWord หลักของเว็บเราคือ "ปลากัดไทย" ดังนั้นชื่อเว็บไซต์ หรือ DomainName ก็ต้องเกี่ยวข้องหรือมีคำว่า "ปลากัดไทย" เป็นส่วนประกอบด้วย  ส่วนเนื้อหาหรือบทความอื่น ๆ นั้น ก็ควรจะสอดคล้องกับ คีย์หลัก เช่น วิธีเพาะพันธ์ปลากัดไทย , ประกวดปลากัด ฯลฯ   ซึ่งเหมือนการใส่ tag ในบล็อกเกอร์ หรือ wordpress นั่นเอง
  3. การเพิ่มเนื้อหาสม่ำเสมอ การทำเว็บไซต์ถ้ามีเนื้อหาใหม่สด อยู่ตลอด อย่างน้อย 1 - 2 วันต่อบทความ(ถ้าขยันจะมากกว่านี้ก็ไม่ผิดกติกาครับ) เพื่อให้ บอท ของกูเกิ้ลเก็บข้อมูลไปทำสารบัญ ยิ่งมีหน้าเว็บ หรือบทความมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งจะเป็นผลดีต่ออันดับในหน้ากูเกิ้ลครับ
  4.  Link ภายใน ช่วยได้  กรณีที่เรามีบทความหลากหลาย  แต่ละบทความมีเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกัน หรือมี KeyWord เดียวกัน  เราสามารถทำลิงค์เชื่อมกันระหว่างบทความ หรือ ลิงค์ไปคีย์นั้น ๆ ได้(คีย์เวิร์ดนึงอาจมีหลายบทความที่เกี่ยวข้อง)  ทำให้หน้าเว็บทุกหน้าเชื่อมต่อถึงกัน และมีโอกาสผ่านตาผู้ชมเพิ่มขึ้น ทำให้ผู้ชมเว็บอยู่กับเว็บเรานานขึ้นอีก
  5. ภาพประกอบก็สำคัญนะ คุณสามารถสั่งให้กูเกิ้ลค้นภาพต่าง ๆ ตามคำค้นได้ ภาพที่ขึ้นมาอันดับต้น ๆ จะมี ชื่อ หรือ คำบรรยายภาพ ที่ตรงหรือใกล้เคียงกับคำค้นที่สุด  ช่วยเพิ่มโอกาสเข้าชมในเว็บเราได้อีก

     ปัจจัยภายนอก คือการสร้างลิงค์เข้ามาเว็บไซต์ของเราด้วยวิธีต่าง ๆ ดังนี้
  1. ฝากลิงค์ตามเว็บบอร์ด เฟสบุ๊ก หรือ Social Media ต่าง ๆ ยิ่งเว็บบอร์ดดัง ๆ ที่คนเข้าเยอะ ๆ ก็ยิ่งดี  แต่ก็อย่าโพสจนเปรอะ สร้างความรำคาญให้คนอื่น  เอาแบบเนียน ๆ ดีกว่าครับ(เว็บบอร์ดส่วนใหญ่จะมีให้ฝากลิงค์ หรือ ติดลายเซ็นต์ที่เป็นลิงค์ ได้ครับ  ไปสมัครไว้เลย)
  2. Ping คือ การส่งสัญญาณให้ กูเกิ้ลบอท มาเก็บข้อมูลในเว็บเรา ทำเมื่อมีเนื้อหาใหม่เท่านั้นก็พอ อย่า Ping พร่ำเพรื่อ  เว็บไซต์ที่ให้บริการ Ping ซึ่งเป็นที่นิยม อาทิ https://pingler.com/ หรือที่  http://feedburner.google.com/fb/a/ping  ใส่ url เรา ก็กด ping ได้เลย
  3. ลงทะเบียน Web Directory ต่าง ๆ ถ้าเว็บภาษาไทยก็ที่ http://dir.sanook.com/ คลิ๊กตรง เพิ่มเว็บไซต์  ภาษาอังกฤษก็ที่ http://www.dmoz.org/ คลิ๊กตรง suggest URL  จริง ๆ มีอีกมากนะครับ ลองค้นดูในพี่กูเกิ้ลเอา
  4. ฝากลิงค์ที่เว็บประเภท Social Bookmarking พวกที่มีคำว่า dig ในโดเมนเนม นั่นแหละ หาดูในกูเกิ้ล เพราะบางอันอาจปิดรับสมาชิกไปแล้ว  ส่วนเว็บนอกที่นิยมกันมากก็คือ digg.com 
  5. ใช้ Google+(กูเกิ้ลพลัส) บริการจากกูเกิ้ล คล้าย ๆ กด Like ในเฟสบุ๊ก เสริมอีกแรง 

     ครับข้างต้นนี้เป็นวิธีแบบบ้าน ๆ พื้น ๆ ที่นำมาฝากกัน  ลองไปทำกันดูแล้วเปรียบเทียบก่อน-หลัง ครับ  ตอนต่อไปพอได้ปริมาณผู้เยี่ยมชมแล้ว  เรามาหารายได้กับเว็บของเรากันดูบ้างครับ

วันพุธที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

มาดูโมดูล สำหรับการติดป้ายโฆษณา กันบ้างครับ  ปกติเราจะติดโฆษณาในโมดูล ตำแหน่งต่าง ๆ ของเทมเพลต  ให้ดูสวยงามสำหรับหน้าเว็บไซต์เรา  แต่วันนี้ขอสำเสนอโมดูล ที่จะติดป้ายโฆษณาที่มุมขวาบนของเว็บ  และพอเลื่อนเมาส์ไปบริเวณดังกล่าว ตัวโฆษณาก็จะขยายออก เหมือนกับเราเปิดมุมหนังสือ(ตามรูป)  ซึ่งจะทำให้สร้างความน่าสนใจกับเว็บของเราได้อีก  เหมือนกับ แอ๊ะ ! ตรงมุมนั้นมีอะไรซ่อนอยู่นะ
     ขนาดของโฆษณาที่ปรากฎหลังจากเอาเมาส์ไปชี้ อยู่ที่ 500 x 500 pixel และตัดเฉียงแสดงครึ่งเดียว(ตามรูปนั่นแหละ^^)  ซึ่งสามารถใส่ลิงค์ไปที่หน้าโฆษณา , บทความ หรือลิงค์ภายนอกเว็บ ก็ได้
     ส่วนตอนที่ยังไม่นำเมาส์ไปชี้ โฆษณาก็จะแง้มเป็นมุมเล็ก ๆ และมีเงาแว๊บ ๆ เรียกร้องความสนใจทางสายตา ให้กับผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์ พร้อมกับข้อความ Peel Me 
     โมดูลตัวนี้ ไม่เกี่ยง Position ครับ เอาเป็นว่าตั้งไว้ทางขวา(Right) ก็แล้วกัน ง่ายดีครับ  จะเลือกให้แสดงทุกหน้า หรือเฉพาะบางหน้าก็ได้  ในกรณีเฉพาะบางหน้า ทำให้เราสามารถใส่ Page Peel ได้หลายตัว โดยแสดงในแต่ละหน้าแตกต่างกันออกไป
     โมดูลตัวนี้ฟรีครับ(ชอบของฟรี) ตามไปโหลดกันได้ที่ 
     ต้องลงทะเบียนกับทางเว็บไซต์ TemplatePlazza เขาก่อนนะครับ ถึงจะโหลดได้  เว็บนี้มีเทมเพลต สวย ๆ เยอะเลย  รวมทั้งฟรีเทมเพลต ด้วยครับ ^^
     ปล. มีให้เลือกในทุก ๆ เวอร์ชั่นจูมลากันเลยครับ

วันเสาร์ที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2556

วันนี้จะขอพูดถึง Joomla Security หรือ ระบบรักษาความปลอดภัยในเว็บไซต์จูมลา   เพื่อป้องกันการเจาะระบบ(Hack) อันจะนำความเสียหายมาสู่เว็บไซต์ของเรา   ผมเคยเจอมาแล้วครับ  หน้าเว็บกลายเป็นพื้นดำ มีข้อความบอกให้รู้ว่าโดน Hack แล้วมันบอกให้โอนเงินไปให้ แล้วจะคืนค่าเว็บไซต์ให้   ผมก็เลยลง Joomla ใหม่ ปรับรุ่น แล้วยกเครื่องระบบรักษาความปลอดภัยใหม่  ก็เลยขอนำประสบการณ์มาเล่าสู่กันฟังครับ  ถึงวิธีการรักษาความปลอดภัยของเว็บไซต์ Joomla  โดยขอแยกเป็นข้อ ๆ ดังนี้
  • เริ่มจากการตั้ง Username และ Password  ขอร้องครับ Username ประเภท admin หรือ administrator ที่ระบบตั้งมาให้น่ะ  อย่าใช้เด็ดขาดครับ หลังจากติดตั้งแล้ว ให้เปลี่ยน Username ทันที   ส่วน Password ก็ขอให้ตั้งให้ยาว ๆ และคาดเดายาก ๆ ครับ  วิธีของผมคือตั้งโดยใช้แป้นภาษาไทย เช่น ใช้คำว่า "ผมคือไอ้บ้านนอก" เวลาพิมพ์โดยไม่เปลี่ยนภาษาจะเป็น "z,8nvwvh[hkoovd" เป็นไงครับ ไม่มีทางคาดเดาได้เลย แล้วใช้ตัวอักษรมากถึง 15 ตัว มีทั้งตัวอักษร ตัวเลข และสัญลักษณ์   เราเองก็จำง่ายครับ(ไม่ได้กด shift เลยด้วย) ใช้ได้ทั้ง Username และ Password ครับ  โดยเฉพาะพวก SuperAdmin , Admin ควรต้องตั้งโหด ๆ ไว้ครับ
  • ติดตั้ง Extensions เพิ่มเติมครับ แนะนำของฟรีเหมือนเคยครับ ^^ เช่น AdminTools , jHackGuard , Incapsula , Force Password Complexity , Change Administrator   ครับ (ตามไปอ่านรายละเอียดกันได้ครับ) เลือกติดตั้งแค่ตัวเดียวพอนะครับ เดี๋ยวมันจะตีกันมั่ว
  • ตรวจสอบระบบรักษาความปลอดภัยของโฮส ที่เราใช้บริการอยู่ครับ เปลี่ยน Password ใหม่ เอาแบบข้างบนครับ ยาก ๆ โหด ๆ
  • Back Up เว็บไซต์ ของเราเป็นประจำครับ จะให้ดีก็ทำมันทุกสัปดาห์เลย

     ถ้าทำทั้งหมดนี้แล้วก็เชื่อได้ว่าเว็บไซต์ของคุณจะปลอดภัยอย่างแน่นอนครับ ^^

วันศุกร์ที่ 14 มิถุนายน พ.ศ. 2556

มา update อีกครั้ง สำหรับ Template แจ่ม ๆ ของ Joomla 2.5 (ครั้งก่อนมีคนบ่นว่าน้อยจุงเบย) คราวนี้ขอจัดเต็ม จัดหนัก  กันไปเลย  ไม่พูดพล่ามทำเพลงแล้วเริ่มกัน ณ บัดนาว
     ThemeZa.com เป็นเว็บที่รวบรวมเอา template Joomla ในทุกเวอร์ชั่นให้เลือกกันมากมาย  รวมทั้งมี เทมเพลต ของ Wordpress , Membo , Drupal ฯลฯ   แต่หาของฟรียากมาก
     SiteGround.com  เว็บนี้ของฟรีเยอะมาก ทั้ง template joomla ทุกเวอร์ชั่น และ extensions ต่าง ๆ  แต่ฟรีเทมเพลต เว็บนี้จะเป็นแบบเรียบ ๆ ไม่ค่อยมีตำแหน่งโมดูลมากนัก
     Joomla24.com  อันนี้ก็เหมือนกับ SiteGround ครับ แต่เน้นเฉพาะ เทมเพลต เพียงอย่างเดียว
     Jm-Experts.com  เว็บนี้น่าสนใจครับ มีทั้งฟรี และเสียเงิน  อันที่ฟรี ก็มีตำแหน่งโมดูลมากพอสมควรทีเดียว  สามารถปรับแต่งได้มากมาย ลองไปดูกันครับ http://www.jm-experts.com/free-joomla-templates
     Shape5.com มีของฟรีแจกเหมือนกัน แต่ที่สวย ๆ เขาขายครับ  ลองไปดูได้ ที่ http://www.shape5.com/product_details/free_templates/
          BestofJoomla.com มีเยอะ เพราะรวมรวบมาจากหลาย ๆ ที่ หาดูที่ฟรีแล้วกันนะครับ ยังมี extensions ให้ดาวน์โหลดด้วยเหมือนกัน
     a4joomla.com มีของฟรีแจกเยอะ เหมือนกันครับ ไปที่  http://a4joomla.com/free-joomla-2-5-templates.html
     Rockettheme.com มีของฟรีแจกนิดหน่อย แต่พิเศษตรงที่มีเทมเพลต หลังบ้าน คือส่วนของ admin ก็ใครที่เบื่อหน้าตาหลังบ้าน ก็โหลดเปลี่ยนได้ครับ  http://www.rockettheme.com/joomla-templates/missioncontrol
     IceTheme.com แจกฟรีเล็กน้อย ส่วนมากขายครับ http://www.icetheme.com/joomla-templates/free-templates


     พวกเว็บข้างต้นนี้ บางทีอาจต้องสมัครสมาชิกด้วย  ถึงจะดาวน์โหลดได้นะครับ  ไปนั่งเลือกกันให้ตาแฉะเลย ^^  ถ้าไม่ชอบก็ลองดูของที่เสียเงินบ้างก็ได้ครับ อุดหนุนนักพัฒนาเขาหน่อย


วันอาทิตย์ที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

วันนี้ขอแนะนำ โปรแกรมเจ๋ง ๆ สำหรับสร้างเทมเพลตให้ เว็บไซต์ นั่นคือ Artisteer ซึ่งล่าสุดอยู่ที่เวอร์ชั่น 4.1   โปรแกรมตัวนี้น่าสนใจตรงที่สามารถสร้าง template ให้กับ CMS ได้หลากหลาย  โดยออกแบบเองได้ในทุกส่วน  เรียกว่าเอาให้ถูกใจกันไปเลย  เมื่อพอใจแล้วก็เซฟในรูปแบบที่ต้องการเอาไปใช้  สำหรับ Joomla , WordPress , Blogger หรือ Drupal  ตามสะดวกเลยครับ
          โปรแกรม Artisteer มีเครื่องมือช่วยเหลือมากมายในการสร้างเทมเพลต ให้สวยดั่งใจ เริ่มตั้งแต่การออกแบบโครงสร้าง  ออกแบบส่วนหัว(Header) จะเอากี่คอลัมน์ ซ้าย หรือ ขวา , ออกแบบเมนู + dropdown  สารพัด  โดยโปรแกรมจะมีรูปภาพสวย ๆ ให้ใช้ตกแต่งหน้าเว็บของคุณเพียบ
          สำหรับคนที่ต้องการสร้างเอกลักษณ์ให้เว็บไซต์ของคุณเอง แบบไม่เหมือนใคร และไม่อยากปรับแต่งพวกฟรีเทมเพลตที่โหลดมา เพราะกลัวจะทำเปรอะ  ก็ถือว่าโปรแกรม Artisteer ตัวนี้น่าสนใจไม่น้อยครับ  เพราะง่ายจริง ๆ เหมือนโปรแกรม MS Office เลย ใช้งานง่ายมากครับ

มีของฟรีมาฝากครับ เทมเพลต สำหรับ Joomla , WordPress , Blogger และ Drupal  ที่สร้างด้วย Artisteer  มีให้โหลดกันเพียบเลย ตามลิงค์ด้านล่างนี้ครับ

ถ้าชอบใจก็อุดหนุนโปรแกรมเขาได้ครับ ตามลิงค์ด้านล่าง 

หรือจะลองดาวน์โหลดตัวทดลองมาใช้ก่อน ก็ที่นี่ครับ( กดตรง free trial )


วันจันทร์ที่ 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

Joomla สุดยอดเครื่องมือสร้างเว็บไซต์ ก็มาถึงเวอร์ชั่นที่ 3.0 แล้วครับ  หลาย ๆ คนยังไม่ทันได้ใช้ 2.5 เลย ทีมพัฒนาก็ส่งเวอร์ชั่น 3.0 ออกมาแล้ว มาดูกันครับ ว่าในเวอร์ชั่นที่ 3.0 ของ จูมลา นี้จะมีจุดเด่นอะไรบ้าง และสมควรจะอัพเกรดกันหรือไม่  มาดูกันครับ
  • การติดตั้งที่ง่ายกว่ารุ่นก่อน ๆ มาก  โดยมีเพียงแค่ 3 ขั้นตอนเท่านั้น
  • ติดตั้งภาษาไทยได้ทางผู้ดูแลระบบ
  • มีโมดูลสถิติของผู้ดูแล
  • อินเตอร์เฟสใหม่ แสดงผลได้ดีบนอุปกรณ์ประเภท Tablet , SmartPhone
  • รองรับ Data Base PostgreSQL
  • มีการปรับปรุงการค้นหา Smart Search
  • การจัดฐานข้อมูลต่าง ๆ มีการปรับปรุงให้ดียิ่งขึ้น
  • มีการใช้ PostgreSQL ในการขัดเคลื่อน Joomla
  • เทมเพลต ที่ติดตั้งมาในตัว สวยงามขึ้น จัดวางโมดูลได้ดี
          สำหรับ Joomla 3.0 นี้ ถามว่าน่าใช้หรือไม่ ก็ตอบว่าถ้าชอบทดลอง ก็ตามสะดวกครับ  แต่จะมีการปล่อยรุ่น 3.1 , 3.2 .... ในทุก 6 เดือน  จนกว่าจะถึงรุ่นที่เสถียรที่สุด นั่นคือ 3.5   ประกอบกับตอนนี้บรรดา โมดูล , เทมเพลต , คอมโปเนนท์ , ปลั๊กอิน ต่าง ๆ ยังไม่ค่อยมีเท่าไร  ผมเห็นว่าใช้เวอร์ชั่น 2.5 ดีกว่า  เพราะมีครบทุกอย่าง
          เวอร์ชั่นที่แนะนำสำหรับ จูมลา ตอนนี้ คือ 2.5 ครับ  ถ้าใครใช้เวอร์ชั่นต่ำกว่า ก็อัพเกรด ดีกว่าครับ เพราะการสนับสนุนต่าง ๆ มีครบกว่า  และระบบความปลอดภัยก็ปรับปรุงใหม่ล่าสุดแล้วครับ